วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ลักษณะเด่นของการจัดสวนแบบญี่ปุ่น


สวนของชาวญี่ปุ่น หรือ สวนแบบญี่ปุ่น นั้น ไม่ว่าจะเป็นสวนรูปแบบไหน ก็มักจะคำนึงถึงมุมมองของผู้ที่อยู่ในบ้านมากกว่าผู้ที่อยู่นอกบ้านค่ะ หมายถึง เป็นสวนที่จัดเพื่อให้คนในบ้านชม มากกว่าจัดให้ผู้ที่อยู่นอกบ้านชม ดังนั้น จึงเป็นสวนที่ค่อนข้างจะมีความแตกต่างจากสวนในแบบตะวันตกที่เน้นจัดสวนเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และส่งเสริมตัวอาคารให้มีความสวยงามโดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

นอกจากนี้แล้ว การจัดสวนแบบญี่ปุ่น ยังมีลักษณะเด่นอีกหลายประการน่ะนะคะ เราลองมาดูลักษณะเด่น ๆ ของสวนญี่ปุ่นกันค่ะ ว่ามีลักษณะเช่นไรบ้าง

สวนญี่ปุ่น
สวนแบบญี่ปุ่นนั้น มักจะเป็นสวนที่จัดไว้ทางทิศใต้ของตัวบ้าน ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้แล้วยังนิยมที่จะประดับตกแต่งสวนด้วยวัสดุที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีการปรุงแต่ง เช่น อิฐ หิน ่ไม้ ไม่มีการเคลือบ ฉาบ หรือประดิษฐ์ ดังนั้นเราจึงมักไม่พบรูปปั้นหรือรูปหล่อที่มีลักษณะเหมือนจริงมาตกแต่งสวนเหมือนสวนทางตะวันตกน่ะนะคะ

สวนของชาวญี่ปุ่นมักจะประกอบไปด้วย เนินดิน ที่ราบ และบ่อน้ำหรือลำธารค่ะ โดยหากมีบ่อน้ำหรือลำธาร กระแสการไหลของน้ำจะต้องไหลเวียนจากทิศตะวันออกไปสู่ทิศตะวันตก เพราะเชื่อว่าทิศตะวันออกจะนำความเป็นสิริมงคลมาสู่ตัวบ้าน ในขณะที่ทิศตะวันตกจะนำพาสิ่งไม่ดีไม่เป็นมงคลต่าง ๆ ออกไปจากตัวบ้าน

นอกจากนี้แล้วการจัดรูปทรงของต้นไม้ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันค่ะ สวนแบบญี่ปุ่นมักนิยมตัดแต่งหรือจัดหมู่ไม้ให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด พรรณไม้ที่ใช้ จึงเป็นพรรณไม้ที่สรรหามาจากะรรมชาติ โดยเฉพาะสนญี่ปุ่นซึ่งมีรูปทรงสวยงามและมีชนิดพันธุ์ให้เลือกหลายชนิด ไม่นิยมใช้ไม้ดอกที่มีสีสันสะดุดตา ไม่ใช้พรรณไม้ประเภทที่ใบใหญ่มาก หากเป็นไม้พุ่มก็นิยมตัดแต่งให้เป็นทรงกลมเพื่อเลียนแบบก้อนหินในธรรมชาติน่ะนะคะ


เรียบเรียงข้อมูลและภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต




วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2556

สวนญี่ปุ่น



รูปแบบของการจัดสวนที่เป็นที่นิยมอีกรูปแบบหนึ่ง ก็คือ การจัดสวนแบบสวนญี่ปุ่นค่ะ

สวยญี่ปุ่น นั้น ได้รับอิทธิพลมาจากสวนจีน โดยได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาที่เน้นให้ผู้ที่ปฏิบัติธรรมปลีกวิเวกเข้าหาธรรมชาติ ทำสมาธิเพื่อให้เกิดสติและปัญญา การจัดสวนญี่ปุ่นจึงมีจุดเริ่มต้นจากวัดแล้วจึงแผ่ขยายเข้าไปสู่วังและบ้านเรือนของคหบดีน่ะนะคะ

ปกติแล้ว รูปแบบของสวนญี่ปุ่น มักจะแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบดังนี้ค่ะ

สวนธรรมชาติ เป็นสวนที่นำเอาพืชพันธ์ไม้และลัษณะภูมิทัศน์ต่าง ๆ เช่น ภูเขา,บ่อน้ำ,น้ำตก,ลำธาร มาจัดเลียนแบบธรรมชาติ เน้นความร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ต่าง ๆ แต่ก็ยังคงมีระเบียบแบบแผนในการจัด พันธุ์ไม้ที่นิยม มักเป็นพันธุ์ไม้ที่มีโครงสร้างสวยงามแม้ในยามผลัดใบ เช่น ต้นสน ต้นเมเปิล ต้นอาซาเลีย ต้นชา ซึ่งต้นสนนั้นมีความหมายถึงความอายุยืนและความสง่างามน่ะนะคะ


สวนหิน เป็นสวนแห่งสัญลักษณ์ที่ใช้การจัดวางหินและกรวดเพื่อทดแทนพืชพันธุ์ไม้และลักษณะตามธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ทะเล,ภูเขา,ลำธาร หรือเราจะเรียกได้ว่าเป็นสวนแห่งการสมมุติก็ว่าได้ สวนลักษณะนี้จะมีพืชพันธุ์ไม้จริง ๆ อยู่น้อยมากหรือไม่มีเลย ทั้งนี้ต้องอาศัยจินตนาการของผู้จัดและผู้ชม เพราะเป็นสวนที่เน้นให้เห็นปรัชญาของการออกแบบ สวนลักษณะนี้จะพบเห็นได้ทั่วไปในวัดของทางญี่ปุ่นน่ะนะคะ 


สวนน้ำชา เป็นสวนที่สร้างขึ้นรอบศาลาพักดื่มชา หรือเป็นสวนประกอบสำหรับพิธีชงชาซึ่งมีชื่อเสียงของชาวญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ สวนน้ำชาส่วนใหญ่แล้วจะมีประตู หรือมีรั้วทางด้านนอกเพื่อแสดงขอบเขตของสวน และมีทางเดินเข้าสู่เรือนน้ำชาที่ปูด้วยหินแบนหรือแผ่นไม้ โดยสองข้างทางจะจัดแต่งเป็นสวนประดับอย่างสวยงามซึ่งผสมผสานจุดเด่นของทั้งสวนแบบธรรมชาติและสวนหินเข้าไว้ด้วยกัน 
ในตอนหน้าของบล็อกในสวน เราจะมาดูลักษณะเด่นของการจัดสวนแบบญี่ปุ่นกันค่ะ แล้วกลับมาพบกันได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ




เรียบเรียงข้อมูลและภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต



วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

องค์ประกอบสำคัญของสวนฝรั่งเศส


เพื่อน ๆ สมาชิกบล็อก ในสวน ที่ชื่นชอบการ จัดสวน แบบ สวนฝรั่งเศส นั้น อาจกำลังมองหาองค์ประกอบที่จะบ่งบอกถึงความเป็นสวนฝรั่งเศสอยู่ เพื่อให้การจัดแต่งสวนฝรั่งเศสของเรานั้นใกล้เคียงกับต้นแบบ หรือมีกลิ่นอายของสวนฝรั่งเศสมากที่สุดอยู่น่ะนะคะ ในวันนี้บล็อกในสวนจะนำเอาแบบแผนที่ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ประการของสวนฝรั่งเศสมาฝากกันค่ะ เราลองมาดูสิ่งสำคัญที่จะบ่งบอกถึงความเป็นสวนฝรั่งเศสด้วยกันนะคะ



1. อันดับแรกที่ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของสวนฝรั่งเศส ก็คือการจัดสวนให้มีรูปทรงเรขาคณิต (Geometrical Pattern)  ค่ะ สวนฝรั่งเศสนั้น มักจะเน้นการควบคุมธรรมชาติให้อยู่ภายใต้แบบแผนที่กำหนดไว้ โดยออกแบบให้เป็นรูปทรงเรขาคณิตแบบสมมาตร (Symmetry) เพื่อให้เกิดบรรยากาศความสงบ ร่มรื่นเป็นหลัก

2. อันดับสองก็คือ การมีทางเดินเล็ก ๆ (Little Path)  ภายในสวนค่ะ โดยทางเดินหลักควรขนาบข้างด้วยพุ่มไม้ที่ตกแต่งอย่างเรียบร้อย ตกแต่งมุมต่าง ๆ ของสวนด้วยม้านั่ง หรือรูปปั้น ซึ่งถือเป็นจุดเด่นและจุดรวมของสายตา ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นแบบคลาสสิกที่ให้ความรู้สึกถึงความงดงามในอดีต หรือรูปปั้นแบบโมเดิร์น เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดูร่วมสมัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้วยังมีการใส่ใจในรายละเอียดเรื่องของวัสดุปูทางเดินอีกด้วยนะคะ ควรเลือกใช้แผ่นหินขนาดใหญ่ หรือก้อนหินขนาดเล็ก ๆ ปูพื้นทางเดิน และควรหลีกเลี่ยงลวดลายที่ดูวุ่นวายเพราะจะไปทำลายบรรยากาศความสงบของสวนได้



3. จัดพุ่มไม้หรือซุ้มต้นไม้: Berceau (แบร์โซ)  ให้กับสวน องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของสวนฝรั่งเศสคือ การออกแบบตัดแต่งต้นไม้ใบสีเขียวให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ เพื่อให้สามารถชื่นชมความงามได้ตลอดปีค่ะ นอกจากนี้แล้วยังมีการตกแต่งทางเดินด้วยรูปสลักหรือรูปปั้นหรือพุ่มไม้ที่ตัดแต่งเป็นรูปทรงกรวยคว่ำเพื่อเน้นจุดสนใจในแนวดิ่ง

4. มีบ่อน้ำ (Pond)  ภายในสวน สวนฝรั่งเศสที่มีความสวยงามอีกแบบคือสวนแบบวงกลม (Circle Garden) ที่รายล้อมบ่อน้ำและประดับด้วยต้นไม้ขนาดเล็ก ๆ ที่มีสีสันสวยงามค่ะ ทั้งนี้เพื่อสร้างความน่าสนใจจากเส้นสายของสวนที่ดูเรียบ ๆ สวนแบบวงกลมให้ความรู้สึกที่สงบและให้ความรู้สึกของพื้นที่ปิดล้อมได้ มากกว่า



5. เพิ่มกระบะต้นไม้ (Flower Bed)  ภายในสวน แม้แต่สวนขนาดเล็กก็สามารถปรับให้เป็นสวน Formal Style แบบสวนฝรั่งเศสได้น่ะนะคะ โดยใช้เส้นสายรอบนอกเป็นองค์ประกอบในการสร้างความน่าสนใจให้กับสวน เช่น กระบะต้นไม้ทรงสี่เหลี่ยม 2 ชุด ปลูกต้นไม้ที่มีลำต้นในแนวตั้งเพื่อให้เป็นจุดเด่น ตัดแต่งพุ่มไม้เป็นรูปปิรามิดหรือแท่งรูปสี่เหลี่ยมปลายแหลม (Obelisk) และปลูกพืชคลุมดินที่โคนต้น ซึ่งสามารถนำวิธีนี้ไปใช้ได้ไม่ว่าคุณต้องการสวนสมัยใหม่แบบเรียบง่ายหรือ สวนฝรั่งเศสแบบคลาสสิก



เรียบเรียงข้อมูลจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=711449
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สวนฝรั่งเศส (French garden)

สวนฝรั่งเศส ช่วงปี ค.ศ 1650-1750 นั้น ได้รับอิทธิพลมาจากสวนแบบอิตาเลียน เมื่อครั้งพระเจ้าชาร์ลที่ 3 แห่งฝรั่งเศสทรงมีชัยเหนือดินแดนอิตาลีน่ะนะคะ สวนฝรั่งเศสจึงรับเอารูปแบบการจัดสวนมาใช้ ซึ่งก็คือการนำเอาประติมากรรมต่าง ๆ  มาประดับประดาในสวน เช่น เทพปกรณัมตามตำนานตะวันตก รูปสัตว์ต่าง ๆ ในเทพนิยาย หรือรูปสลักใบหน้าคน เป็นต้น


สวนฝรั่งเศส จะมีการจัดสวนที่มีระเบียบแบบแผน ตกแต่งพันธุ์ไม้ให้เป็นลวดลายเรขาคณิต โดยออกแบบให้เห็นเส้นแกน (Axis) ที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา มีการกำหนดสัดส่วนในเชิงคณิตศาสตร์เพื่อให้ได้ทัศนียภาพที่สวยงาม เช่น การกำหนดทิศทางการมองเห็นภูมิทัศน์ภายนอกจากตัวอาคารในระยะต่าง ๆ กัน นิยมสร้างความรู้สึกเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร โดยใช้ลูกเล่นในการจัดการสวนให้ดูเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ภายในอาคาร เช่น การจัดสวนให้มีพื้นที่ปิดล้อมโดยแบ่งเป็นเรื่องราวต่าง ๆ ตามเทพนิยาย หรือเรื่องราวในวรรณกรรม เช่น สวน Jardin des Versailles ในพระราชวังแวร์ซายส์ ที่มีการตกแต่งและแบ่งสวนออกเป็นส่วนต่าง ๆ ประดับด้วยรูปปั้นของเทพต่าง ๆ ตามตำนานเทพนิยายกรีก อาทิ โพไซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเล เป็นต้น


ในตอนหน้าของบล็อกในสวน เราจะมาดูองค์ประกอบที่สำคัญของสวนฝรั่งเศสด้วยกันค่ะ

แล้วกลับมาพบกันใหม่ในครั้งหน้านะคะ :)


เรียบเรียงข้อมูลจาก http://www.oknation.net/blog/print.php?id=711449
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สวนโรมัน (Roman garden)

ในสมัยโบราณนั้น ชาวโรมันจัดเป็นผู้ที่ได้พัฒนาศิลปะวิทยาการต่าง ๆ อย่างรุ่งเรืองหลายแขนงเลยทีเดียวค่ะ รวมทั้งความรู้ทางด้านพฤษศาสตร์ด้วย การก่อสร้างและการชบประทานมีผลเป็นอย่างมากต่อการพัฒนาสวน เราสามารถแบ่งสวนของชาวโรมันออกได้เป็นสองแบบใหญ่ ๆ ด้วยกันน่ะนะคะ นั่นก็คือ สวนในเมืองและสวนนอกเมือง

สวนโรมันในเมืองปอมเปอิ
สำหรับสวนในเมืองนั้น จากหลักฐานที่มีการขุดค้นพบใน เมืองปอมเปอิ (Pompeii) ซึ่งถูกภูเขาไฟวิสุเวียส (Vesuvius) พ่นเถ้าลาวาถมทับไว้ พบว่าลักษณะของตัวบ้านจะถูกปิดล้อมด้วยกำแพง มีการเปิดหน้าต่างออกสู่ถนนน้อยมาก ทั้งนี้ก็ความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน


พื้นที่ภายในบ้านจะมีส่วนที่เปิดโล่งสำหรับสวนค่ะ โดยมีทางเดินซึ่งมีแนวเสาขึ้นมารับหลังคาล้อมรอบ เราเรียกสวนลักษณะนี้ว่า “เพอริสไตล์” (Peristyle garden) ค่ะ สวนจึงกลายเป็นส่วนที่ช่วยให้มีการถ่ายเทอากาศ และช่วยเปิดแสงสว่างเข้ามาภายในอาคาร จุดเด่นของสวนโรมันก็คือ การจัดสวนให้มีลักษณะแบบเป็นทางการ(Formal garden) คือมีแนวแกนสมมาตรแบ่งพื้นที่สวนออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน มักจะมีบ่อน้ำรูปทรงเรขาคณิตและรูปปั้นวางประดับ รวมถึงไม้ตัดแต่ง (Topiary) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของ สวนโรมัน ลักษณะที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือการวาดภาพสวนหรือทิวทัศน์ไว้บนผนังด้านในสุดของสวนเพื่อลวงตาให้สวนดูกว้างกว่าที่เป็นจริงน่ะนะคะ

Roman garden
ต่อมาเมื่องในเมืองเริ่มมีความแออัดมากขึ้น และเกิดโรคระบาดเป็นประจำ กลุ่มชนชั้นสูงจึงนิยมออกไปสร้างบ้านพักตากอากาศนอกเมืองหรือที่เรียกว่า “วิลล่า” (Villa) วิลล่ายุคแรกๆ มักจะตั้งอยู่ในฟาร์มหรือแปลงเกษตร ต่อมาก็ค่อยๆ พัฒนา โดยเพิ่มเติมความสะดวกสบายอย่างชีวิตคนเมืองเข้าไปมากขึ้น ให้ความสำคัญกับความหรูหรา สวยงามเพื่อให้วิลล่าเป็นหน้าเป็นตาแสดงฐานะและรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ ที่ตั้งของวิลล่าจะอยู่ไม่ไกลจากเมืองมากนักน่ะนะคะ สามารถเดินทางได้สะดวก มีทิวทัศน์สวยงามเพื่อความรื่นรมณ์ของการพักผ่อน รวมทั้งช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจ และความคิดสร้างสรรค์ สวนในวิลล่ายังคงความเป็นทางการซึ่งเป็นลักษณะเด่นของ สวนโรมันไว้อย่างครบถ้วนค่ะ องค์ประกอบต่างๆ เน้นการใช้รูปทรงเรขาคณิต แสดงถึงอำนาจของมนุษย์ในการควบคุมสภาพแวดล้อม มีการประดับตกแต่งด้วยไม้ดอกนานาชนิดซึ่งรวมถึงไม้ดอกหอม และไม้จากต่างแดน งานประติมากรรมต่างๆและไม้ตัดแต่งก็ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่หายไปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวิลล่าจะตั้งอยู่ในสถานที่ที่มีธรรมชาติสวยงาม แต่วิลล่าหลายแห่งก็ยังคงสร้างสวนที่มีอาคารล้อมรอบแบบสวนในเมืองอยู่นั่นเองน่ะนะคะ วิลล่าของจักรพรรดิเฮเดรียน (Hadrain) ในเมืองทิโวลี (Tivoli) แสดงให้เห็นว่ามีการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่เป็นอย่างมาก สวนจะมีแนวแกนย่อยๆหลายแนวไม่เกี่ยวข้องกัน มีการตกแต่งด้วยงานศิลปะและพืชพรรณอันหลากหลาย ซึ่งรวมถึงของสะสมที่ได้มาจากดินแดนอื่นๆ แสดงถึงอำนาจของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ใช้งานประติมากรรมร่วมกับน้ำในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำพุ คลอง สระน้ำ ฯลฯ เพื่อให้เกิดความหรูหราและบรรยากาศพิเศษยิ่งใหญ่เหนือกว่าสวนอื่นๆ ค่ะ




เรียบเรียงข้อมูลจาก http://www.gardenthaidesign.com/
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

สวนเปอร์เซีย และสวนอิสลาม (Persia garden,Islam garden)

ก่อนที่จะกล่าวถึง สวนอิสลาม ซึ่งเป็นสวนที่รับเอารูปแบบของ สวนเปอร์เซีย เข้ามาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน เราคงต้องมาทำความรู้จักกับสวนเปอร์เซียกันก่อนค่ะ

สวนเปอร์เซีย (Persia garden)นั้น จัดว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบการจัดสวนของทางตะวันตก ซึ่งมีประวัติความเป็นมา มาเนิ่นนานตั้งแต่ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 7 โดยมีลักษณะของการจัดสวนที่เลียนแบบจำของของระบบจักรวาล (Cosmos) ตามความเชื่อเก่าแก่ของคนในยุคนั้นน่ะนะคะ

สวนเปอร์เซีย (Pdrsia Garden)
สวนเปอร์เซีย มักจะเป็นสวนที่มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม และแบ่งออกเป็นสี่ส่วนด้วยสายน้ำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแม่น้ำแห่งสรวงสวรรค์ จุดตัดตรงกลางของสวนน้ำเป็นที่ตั้งของน้ำพุแห่งชีวิต และเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาพันธุ์ ทั้งไม้ดอกและไม้ผล เช่น ส้ม ทับทิม กุหลาบ แทรกด้วยร่มเงาของปาล์มชนิดต่าง ๆ และเสียงของน้ำที่ไหลริน ปลาหลากสีที่ว่ายวนอยู่ในผืนน้ำ ซึ่งเป็นลักษณะอันสวยงามสมบูรณ์แบบจนเหมือนเป็นสวนแห่งสวรรค์

สวนอิสลาม (Islam Garden)

จนกระทั่งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 กลุ่มชาวอาหรับผู้ใช้ชีวิตรอนแรมอยู่ในทะเลทรายเพื่อเผยแผ่ศาสนาอิสลามได้เดินทางมาถึงอาณาจักรเปอร์เซีย และพบว่าสวนเปอร์เซียนี้ช่างตรงกับลักษณะของสวรรค์ที่บรรยายไว้ในคัมภีร์โกราน (Koran) ที่กล่าวบรรยายลักษณะสวนเอาไว้ว่าเป็น"สถานที่ที่เต็มไปด้วยร่มเงาอันอุดมไปด้วยผลไม้ ทับทิม และปาล์มนานาชนิด พร้อมกับน้ำพุที่ไหลริน" ผนวกกับภาพสวนที่แสนจะน่าอภิรมย์ราวสรวงสวรรค์ ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับทะเลทรายอันแห้งแล้งและร้อนระอุ ทำให้ชาวอิสลามรับรูปแบบสวนเปอร์เซียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นสวนในบ้าน ในวัง หรือในสุเหร่า
และคงลักษณะพื้นฐานเดียวกันไว้คือ สวนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ถูกล้อมไว้ด้วยอาคารหรือกำแพง แบ่งพื้นที่เป็นสี่ส่วนเรียกว่า "ชาฮา-บัก" (Chahar Bagh) มีน้ำพุหรือบ่อน้ำตั้งไว้ตรงกลาง จนอาจจะกล่าวได้ว่า รูปแบบของสวนอิสลามเน้นความสำคัญของ "น้ำ" ซึ่งเป็นของขวัญจากสวรรค์และเป็นองค์ประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิตมากที่สุดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งรูปแบบในสมัยโบราณก็ยังคงสืบทอดและเห็นกันได้ทั่วไปในการจัดสวนเปอร์เซียน่ะนะคะ



เรียบเรียงข้อมูลจาก http://student.nu.ac.th/49190283/pv7.asp
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สวนอียิปต์ (egypt garden)

อียิปต์ นั้นถือเป็นชาติแรก ๆ ที่มีการพัฒนาด้านการจัดสวนค่ะ มีการบันทึกเรื่องการจัดสวนนี้ตั้งแต่ราว 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช  โดยในระยะแรกจะมีการจัดสวนในราชวังและบ้านเรือนของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมไปถึงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น

egypt garden
สวน ในบ้านของชาวอียิปต์นอกจากจะสร้างขึ้นมาเพื่อความสวยงามแล้ว ยังสามารถนำผลผลิตจากสวนมาใช้ประโยชน์ในครัวเรือนได้อีกด้วยน่ะนะคะ ซึ่งเราเรียกสวนแบบนี้ว่า สวนที่มีประโยชน์ใช้สอย (Utilitarian Garden) ตัวอย่างของผลผลิตจากสวนในบ้าน เช่น องุ่น อินทผลัม ผัก ผลไม้อื่นๆ และ กกปาปิรุส เป็นต้น

ลักษณะของ สวนอียิปต์ สวนจะมีลักษณะปิดและเป็นพื้นที่ต่อเนื่องออกมาจากตัวอาคารค่ะ นอกจากนี้ยังมีกำแพงล้อมรอบสวนเพื่อแสดงอาณาเขต รักษาความปลอดภัย ป้องกัน ลม ฝุ่นทราย และน้ำท่วมซึ่งจะล้นฝั่งแม่น้ำไนล์ปีละครั้งอีกด้วย

ต้นไม้ใน สวนอียิปต์ หลากชนิดจะถูกปลูกเพื่อสร้างร่มเงาให้กับบ้าน เช่นต้นปาล์ม โดยปลูกเป็นแถวอย่างมีระเบียบ มีการทำซุ้มไม้เลื้อย เช่น องุ่น ไอวี่ มีการปลูกพืชสวนครัว โดยเฉพาะหอมหัวใหญ่ ปลูกพืชสมุนไพรเพื่อใช้เป็นยารักษาโรค และมักจะมีบ่อน้ำเข้ามาเป็นส่วนประกอบสำคัญของสวนเสมอ ซึ่งในบ่อก็มีการเลี้ยงปลาและปลูกพืชน้ำ เพื่อช่วยให้บ้านดูน่าอยู่ ชุ่มชื้น ขึ้น อีกทั้งยังแสดงออกถึงความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่ภายนอกที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ความเป็นระเบียบและการเลือกใช้รูปทรงเรขาคณิตในสวนสะท้อนให้เห็นสภาพสังคมที่มีระบบระเบียบได้อย่างชัดเจนน่ะนะคะ




ภาพประกอบจาก http://garden-pics.com/tag/foot-bridge/

ประวัติการจัดสวน

ในสมัยโบราณนั้น ชุมชนยุคเก่ามักเริ่มที่จะทำการปลูกพืชพันธุ์ไม้เพื่อใช้ประโยชน์ทางด้านการเป็นแหล่งอาหารกันเสียเป็นส่วนใหญ่ค่ะ สวน ในอดีตส่วนใหญ่จึงเป็นสวนในแนวเกษตรกรรม แต่เมื่อมีการตั้งหลักแหล่งกันอย่างถาวรเป็นชุมชนแล้ว ก็เริ่มมีการจัดสภาพแวดล้อมให้สวยงามน่าอยู่ขึ้น นอกจากการปลูกพืชพรรณธัญญาหารเพื่อเลี้ยงชีพก็เริ่มมีการปลูกและประดับตกแต่งพันธุ์ไม้ให้มีความสวยงามมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีทรัพย์สินที่เป็นคหบดี ก็มักจะมีการจัดแต่งสวนภายในบริเวณบ้านหรือคฤหาสน์ของตนเอง ทั้งเพื่อความสวยงาม เพื่อแสดงออกทางความเชื่อทางศาสนา และเพื่อแสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติและความมีระเบียบ

garden
ประวัติของการจัดสวน ในสมัยโบราณนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองรูปแบบใหญ่ ๆ ด้วยกันค่ะ นั่นก็คือ การจัดสวนในรูปแบบตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นการจัดสวนของทางอียิปต์ เปอร์เซีย กรีก โรมัน อังกฤษ และการจัดสวนในรูปแบบตะวันออก เช่น การจัดสวนของชาวจีน ญี่ปุ่น และไทย ซึ่งในตอนหน้าของบล็อกในสวน เราจะมาคุยกันถึงรายละเอียดการจัดสวนทั้งสองรูปแบบกันนะคะ

แล้วกลับมาพบกันใหม่ได้ในครั้งหน้าค่ะ



ภาพประกอบจากhttp://en.wikipedia.org/wiki/File:Elizabethan_Gardens_-_sunken_garden_04.jpg 

ธรรมชาติคือชีวิต ชีวิตคือธรรมชาติ

มีคำกล่าวเอาไว้ว่า ธรรมชาตินั้นสามารถขาดมนุษย์ได้ แต่มนุษย์นั้นขาดธรรมชาติไม่ได้ นั่นเป็นเรื่องจริงค่ะ :)

ในโลกที่วุ่นวายสับสนและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่ถูกรุกล้ำทำลายมากขึ้นทุกวันเนื่องจากผลประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ของมนุษย์เอง คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในส่วนลึกของคนเราทุกคน ก็ยังโหยหาความเป็นธรรมชาติที่ช่วยกล่อมเกลาและปลอบโยนจิตใจของเราให้อ่อนโยนและมีความสุขกันอยู่ด้วย ดังนั้นแม้ว่ามนุษย์จะเป็นผู้ทำลายธรรมชาติในบางกรณี แต่มนุษย์ก็ยังคงต้องการดึงธรรมชาติมาสู่ชีวิตด้วยในทุกขณะจิต


บล็อกในสวนบล็อกนี้เกิดขึ้นมาเพราะอยากมอบความสุขจากธรรมชาติให้กับเพื่อน ๆ บล็อกทุกท่านค่ะ แม้ว่าจะเป็นธรรมชาติที่เกิดจากการรังสรรค์ด้วยฝีมือมนุษย์ แต่อย่างน้อยก็ทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น เพิ่มปอดสีเขียวให้กับโลกของเรา ซึ่งรูปแบบของธรรมชาติที่เราเรียกกันว่า "สวน" ก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบก็เหมาะสมและเป็นที่พึงพอใจของแต่ละคนแตกต่างกัน

ในตอนหน้าของบล็อกในสวน เราจะเสนอ ประวัติและความเป็นมาของการจัดสวนกันเป็นตอนแรกนะคะ เรามาดูกันค่ะ ว่าก่อนที่จะมีการจัดสวนหลากหลายรูปแบบ หลากหลายสไตล์อย่างเช่นในทุกวันนี้ คนในสมัยก่อนเขามีวิธีจัดรูปแบบของสวนกันแบบไหน และรูปแบบของสวนต่าง ๆ เหล่านั้น ยังคงยืนยาวมาจนถึงทุกวันนี้หรือเปล่า

แล้วกลับมาพบกับบล็อกในสวนได้ใหม่ในครั้งหน้านะคะ



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต